ผิวหม่นหมอง ไม่สดใส ปัญหาผิวพรรณโดยทั่วไป หนังกำพร้า หรือผิวหนังชั้นบนสุด ประกอบขึ้นจากเซลล์ผิวหลายๆ ชั้น เมื่อเซลล์ผิวมีอายุมากขึ้น เซลล์เหล่านั้นจะตายและถูกดันออกมาสู่ผิวชั้นนอกสุด ที่เรียกว่า Stratum Corneum ซึ่งเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ตายแล้วทั้งหมด และจะลอกออกไปเอง ซึ่งเมื่อผิวชั้นนี้ก่อตัวหนาขึ้นจะส่งผลให้เซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด ริ้วรอย หรือเม็ดสี ไม่สามารถหลุดออกไปเองได้อย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนซึ่งทำให้เกิดสิวอีกด้วย การผลัดเซลล์ผิวหนังด้วยสารเคมี การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี เป็นที่นิยมในวงการผิวพรรณและความงาม ที่ช่วยรักษาปัญหาสิวและผิวพรรณที่เป็นผลมาจากร่องรอยแห่งวัยและผิวที่ถูกทำลายด้วยแสงแดด ซึ่งเป็นวิธีการดูแลรักษาผิวที่มีความอ่อนโยนและไม่เจ็บอีกทั้งมีค่าใช้จ่ายไม่มาก โดยวิธีการนี้จะทำให้เกิดการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และกระตุ้นให้สร้างผิวขึ้นมาใหม่ เพื่อเกิดการรักษาและฟื้นฟูผิวโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการพักฟื้น
การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี จะช่วยแก้ไขในเรื่องต่างๆ ดังนี้ - ร่องรอยและริ้วรอย - สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ - รอยกระ - จุดด่างดำ - สิว - รอยแผลเป็นแบบตื้น - ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด - ผิวหยาบกร้าไม่เรียบเนียน
วิธีการรักษาแบบนี้ เป็นขั้นตอนการรักษาที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บตัว ปลอดภัย และสามารถควบคุมได้ เพื่อช่วยกำจัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุดที่ตายแล้วออกไป โดยใช้สารเคมีเป็นตัวเร่ง ซึ่งผลการรักษาที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารเคมี และระยะเวลาในการทำการรักษา แต่ทั้งนี้ยิ่งตัวยาแทรกซึมลึกลงไปเท่าไร จะยิ่งให้ผลที่น่าพอใจมากขึ้น รวมทั้งใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่น้อยกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม หากตัวยาแทรกซึมลงไปในชั้นผิวมาก โอกาสเกิดการระคายเคืองที่ผิวและภาวะแทรกซ้อนก็จะมากขึ้นไปด้วย
การรักษาผิวด้วยวิธี “การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี” ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 20 – 60 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณผิวหนังที่ทำการรักษา วิธีการนี้ส่วนมากทำกันที่ผิวหนังบริเวณใบหน้า แต่ผิวหนังในบริเวณอื่นของร่างกายก็สามารถทำได้เช่นกัน สารเคมีที่ใช้นั้นจะแยกกันไปตามประเภทของผิวและปัญหาที่ต้องการรักษา สำหรับขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีนี้จะทำสัก 5 – 10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเว้นช่วงห่าง 2 สัปดาห์ แต่ก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ สำหรับผู้ที่ทำการผลัดเซลล์ผิวแบบตื้นหลังจากการรักษาอาจเกิดรอยแดงขึ้นและอาการดังกล่าวจะหายไปภายใน 2 ชั่วโมง แต่สำหรับกรณีที่ทำการผลัดผิวแบบลึกอาจทำให้เกิดรอยแดงซึ่งอยู่นานว่า 24 ชั่วโมง
รวมถึงอาการตึง คัน และคล้ำลงก่อนที่ผิวจะเริ่มลอกออก ในบางครั้งอาจมีอาการบวมเล็กน้อยตรงผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งพบบ่อยและเห็นได้ชัดที่บริเวณผิวหนังรอบดวงตา ในระหว่างนี้ไม่ควรแต่งหน้า หรือทาครีมบำรุงผิวใดๆ ยกเว้นครีมหรือขี้ผึ้งที่ให้ความชุ่มชื้น
การคงสภาพผลการรักษาเพื่อให้ผิวดูดีเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกๆ วัน สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการมีรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ร่วมกับการเลือกใช้ผิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ รวมทั้งการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน การรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี และวิตามินอี ร่วมกับการดูแลผิวด้วยการใช้ครีมขัดผิวเอาเซลล์ที่ตายแล้วออก และการทาเซรั่มบำรุงผิว สิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคือ ครีมกันแดด ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งควรเป็นครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 หรือสูงกว่า เพื่อปกป้องผิวจาก
การถูกทำลายด้วยแสงแดด ผู้เชี่ยวชาญของเราจะให้คำแนะนำและทางเลือกในการรักษาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่เหมาะสมที่สุด การรักษาเริ่มจากขั้นตอนการเตรียมผิวของผู้เข้ารับการรักษา การรักษาแต่ละครั้งจะต้องมีระยะห่างประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้ผิวบริเวณที่รักษามีการปรับสภาพ การรักษาด้วยวิธีนี้อาจกินเวลายาวถึง 1 – 2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารเคมีที่แพทย์ใช้ การงดสูบบุหรี่และการหลีกเลี่ยงแสงแดดของผู้เข้ารับการรักษา วิธีการรักษาแบบผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีนี้เป็นวิธีที่มีความปลอดภัย กล่าวได้ว่าแทบไม่มีผลกระทบจากวิธีการนี้เลย แต่มีบ้างที่เกิดเป็นรอยแดง หรืออาการระคายเคืองแต่จะจางหายไปภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนมากเกิดกับผู้ที่รักษาด้วยการผลัดเซลล์แบบลึก หรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อ และการแพ้สารเคมีที่นำมาใช้ในการผลัดเซลล์ผิว ในบางรายอาจเกิดอาการเม็ดสีทำงานผิดปกติได้ ซึ่งทำให้สีผิวซีดขึ้นหรือคล้ำลง ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ระวังไม่ให้สารเคมีที่ใช้ในการรักษาสัมผัสกับตาได้ เพราะจะทำให้ตาบอด สำหรับผู้ที่เป็นไข้ในช่วงที่รับการรักษาอาจต้องทานยาต้านไวรัสก่อนเข้ารับการรักษา 2 – 3 วัน เนื่องจากไม่ต้องการเวลาพักฟื้น คุณสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติหลังรับการรักษาได้เลย และควรทาครีมกันแดดในทุกๆ วัน และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารที่สกัดจากวิตามินเอเป็นส่วนประกอบ ก่อนและหลังการรักษา 3 เดือน เนื่องจากสารดังกล่าวจะไปต่อต้านผลของการรักษา
นวัตกรรมเลเซอร์จากประเทศออสเตรเลีย มีประสิทธิภาพในการรักษาความผิดปกติของเม็ดสีบนใบหน้า อาทิ รอยแดง รอยดำ กระ ฝ้า และเส้นเลือด
เลเซอร์สำหรับการกระชับรูขุมขน เละทำให้ใบหน้าดูใสและสว่างขึ้น ปรับสภาพพื้นผิวหน้าให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น
การผลักยาเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้อย่างล้ำลึก โดยใช้โอโซน แสงอินฟราเรด และ แสง LED ช่วยกันเพิ่มความสามารถในการดูดซึมยาเข้าสู่ใต้ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ
ทรีตเมนท์ที่เปี่ยมด้วยความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ผิวของคุณผุดผ่อง Pearl Treatment ช่วยลดริ้วรอยของผิว, สภาพผิวไม่เรียบเนียน และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอภายใน 1 หรือ 2 ครั้ง
นวัตกรรมเลเซอร์ที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากริ้วรอยแห่งวัย Pearl Fractional คือนวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้แก้ไขปัญหาริ้วรอยที่ผิวได้อย่างตรงจุด
ทรีตเม้นที่ช่วยลดปัญหาริ้วรอย, ปัญหารูขุมขนกว้าง, ปรับสภาพผิว และลดรอยแดงบนใบหน้า Laser Genesis เป็นทรีตเม้นที่ได้รับการรับรองในสหรัฐอเมริกา
E-Max SR ทรีตเม้นท์ที่จะทำให้คุณกลับคืนสู่วัยหนุ่มสาวได้อีกครั้ง มาทำผิวพรรณของคุณให้สวยใสได้ตามที่ต้องการและดูแลผิวพรรณของคุณให้มีประสิทธิภาพ
E-Max DS offers the most in-demand aesthetic procedure today, treats even minimally-pigmented hair colors and all skin colors. The system
Chemical Peeling เป็นการใช้น้ำยาเคมีลอกเอาผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาออกเพื่อปรับปรุงและแก้ไขสภาพโครงสร้างผิวหน้าของคุณโดยที่จะขจัดเซลล์ที่เสียหรือตายแล้วออกไป
นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยคุณแก้ไขปัญหาจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่ผิดปกติ, จุดด่างดำหรือการสะสมของเม็ดสีเม็ดสีที่ผิดปกติ และการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์